© 2016 by Rose@Let's go to Europe

เมือง Cesky Krumlov

ทำความรู้จักเมือง Cesky Krumlov

เมืองสุดโรแมนติกนี้ตั้งอยู่ในประเทศสาธารณรัฐเช็ค ตัวเมืองมีขนาดเล็กกระทัดรัด มีแม่น้ำที่คดเคี้ยวไหลผ่าน ถ้าดูจากแผนที่จะเห็นว่าเมือง Cesky Krumlov มีรูปร่างเหมือนหยดไข่มุกเลยค่ะ นอกจากจะตั้งอยู่บนทำเลที่งดงามแล้ว ตัวเมืองเองก็มีสถาปัตยกรรมแบบยุโรปในยุคกลางหลงเหลืออยู่มากมาย โดยเฉพาะจุดเด่นอย่างปราสาทแห่งเมืองเชสกี้ ครุมลอฟ ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาและหอคอยทรงกลมสีพาสเทลสุดหวาน รวมทั้งบ้านเรือนกับหลังคาสีส้มๆ แดงๆ อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองนี้

 

วิธีการเดินทางไปชมเมืองเชสกี้ ครุมลอฟ

รถบัส - บริษัท student agency มีรถบัสไปกลับจากกรุงปรากหลายรอบต่อวัน แนะนำให้ซื้อตั๋วล่วงหน้าจากเวบไซด์  www.studentagency.eu มาจากไทยเลยเพราะเมืองเชสกี้ ครุมลอฟมีนักท่องเที่ยวไปมาเยอะมากๆ ตั๋วมักจะเต็มอย่างรวดเร็วเป็นประจำ สามารถเลือกขึ้นรถบัสได้ 2 แห่ง

  • สถานี Na Knizeci - อยู่ติดกับสถานีรถไฟใต้ดินสถานี Andel 

  • สถานี Florenc - อยู่ที่สถานี Florenc ที่มีชื่อเดียวกัน

 

ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง (อย่าลืมว่าซื้อตั๋วไปสถานีไหนให้ไปขึ้นที่สถานีนั้นนะคะ จะเอามาสลับกันไม่ได้เพราะเค้าให้จองแบบระบุที่นั่งด้วย ถ้าไปผิดสถานีจะไปนั่งที่ที่คนอื่นจองไปแล้วไม่ได้ค่ะ)

 

รถไฟ - ส่วนคนที่จะใช้บริการรถไฟจากกรุงปรากต้องเปลี่ยนรถไฟที่ Ceske Budejovice แล้วต่อรถไฟท้องถิ่นไปเมืองเชสกี้ ครุมลอฟ แล้วต่อรถบัสไปลงในตัวเมืองอีกที คือมันหลายต่อมากๆ ค่ะ เลยอยากแนะนำรถบัสดีกว่า นั่งรถบัสคันเดียวถึงเมืองเลย 

รถบัสของ student agency ค่อนข้างสะดวกสบาย นั่งไปสามชั่วโมงก็ถึง เค้ามีบริการเครื่องดื่มร้อนฟรีในรถบัสด้วยนะคะ ถ้าอยากได้ชา กาแฟ โกโก้นี่เค้ามีให้หมดค่ะ ก่อนถึงสถานีรถบัสในเมืองเชสกี้ ครุมลอฟ เค้าจอดให้ลงตรงแถวๆ ปราสาทด้วย ถ้าใครไม่อยากลงที่สถานีก็ลงตรงนี้ได้เลย สำหรับคนที่ลงที่สถานีรถบัสซึ่งอยู่ตรงเนินเขาด้านหลังเมือง ต้องเดินลงมาแล้วเข้าเมืองมาอีกทีค่ะ แต่วิวคือสวยคุ้มค่ามากๆ  

 

สิ่งที่น่าสนใจ

ปราสาท Cesky Krumlov

ปราสาทนี้มีชื่อเดียวกับเมืองเลยค่ะ ขอเรียกง่ายๆ ว่าปราสาทครุมลอฟ จัดว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากปราสาทในกรุงปรากเลย แต่ว่าปราสาทนี้มีความโดดเด่นตรงออกแบบมาได้สวยน่ารักมุ้งมิ้งไปทุกมุมมอง เหมือนกับ "เจ้าหญิง" ของเมืองแห่งเทพนิยายเชียวค่ะ

 

ตัวปราสาทตั้งอยู่คนละฝั่งกับส่วนของตัวเมืองหลัก ต้องเดินขึ้นเนินเขากันนิดหน่อยนะคะ แต่รับรองว่าในบริเวณปราสาทนี่เดินเล่นได้คุ้มค่ามาก ที่สำคัญคือเข้าชมบริเวณปราสาทได้ฟรีค่ะ ถ้าอยากเข้าชมภายในวังอันนี้ต้องจ่ายเงินแยกต่างหากแล้วก็ต้องไปกับไกด์ของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเค้าจะบรรยายความเป็นมาของปราสาทระหว่างเดินชมห้องต่างๆ ค่ะ

 

หน้าปราสาทเค้ามีบ่อหมีที่มีหมีจริงๆ เลี้ยงไว้ด้วยนะคะ แต่ว่าตอนที่ไปพยายามส่องแล้วแต่ก็ไม่ได้เห็นเลยค่ะ

หอคอย Round Tower 

หอคอยสีพาสเทลสุดหวานนี่ยิ่งดูใกล้ๆ ก็ยิ่งสวยค่ะ ตรงนี้คือที่หน้าปราสาทครุมลอฟเลย มีชื่อเรียกว่า "Hradek" แปลว่า Little Castle หรือปราสาทน้อย แค่ชื่อก็น่าเอ็นดูแล้ว ที่เรียกแบบนี้ก็เพราะว่าหอคอยและอาคารดูรวมๆ กันแล้วก็เหมือนกับปราสาทในนิทานดีๆ นี่เอง

หมายเหตุ : ถ้าใครอยากชมภายในพระราชวังหรือปีนหอคอยก็ซื้อตั๋วด้านในของส่วนนี้เลยนะคะ อย่าเพิ่งเดินเลยไปเดี๋ยวต้องย้อนกลับมาอีก

ลานพระราชวัง 2nd Courtyard 

ลานหน้าพระราชวังชั้นที่สองเป็นส่วนที่ใช้เดินทางเข้าพระราชวังหลักค่ะ ตรงนี้ก็เข้ามาเดินเล่นได้ฟรีเช่นกัน สามารถเดินต่อไปยังลานพระราชวังชั้นอื่นๆ ได้โดยเดินทะลุประตูของอาคาร Upper Castle 

จุดที่น่าสนใจตรงบริเวณนี้คือกำแพงตึกและอาคารต่างๆ ดูแป๊บๆ นึกว่าหินอ่อนอย่างดีจากอิตาลี แต่ความจริงคือเป็นการวาดภาพบนกำแพงทั้งหมดเลย ไม่รู้นี่คือการจงใจให้แตกต่างหรือเป็นเพราะหินอ่อนราคาแพงแถมขนส่งมาก็ลำบาก เลยทำให้ปราสาทครุมลอฟมีการตกแต่งที่แหวกแนวไปขนาดนี้นะคะ แต่ว่ายังไงก็ตามกำแพงที่นี่กลายเป็นลักษณะเฉพาะตัวที่มี ณ เมือง Cesky Krumlov เท่านั้น

พระราชวัง Upper Castle 

ตรงนี้เป็นส่วนพระราชวังหลัก มีลานตรงกลาง 2 แห่ง เชื่อมต่อกันด้วยอาคารที่ตกแต่งอย่างสวยงาม นับว่าเป็นส่วนที่แข็งแรงที่สุดของปราสาทเลยก็ว่าได้ เพราะว่าตัวพระราชวังนั้นตั้งอยู่บนเนินเขา มีแม่น้ำขนาบข้างทำให้ถูกโจมตีได้ยาก ถ้าเข้าไปชมพระราชวังกับไกด์ก็จะได้เห็นความหรูหราของห้องหับต่างๆ รวมทั้งห้องเต้นรำ ห้องอาหาร ห้องนอน ห้องสมุด และวิหารเล็กๆ ภายในพระราชวังอีกด้วย

 

สะพาน Cloak Bridge 

ทางเชื่อมระหว่างพระราชวัง Upper Castle กับส่วนสวนของปราสาทนั้นเรียกว่าสะพาน Cloak Bridge ค่ะ เป็นสะพานสามชั้นที่มีหลังคาคลุม ซึ่งเค้าออกแบบมาได้สวยงาม โดยส่วนเสาของสะพานเชื่อมต่อลงไปถึงพื้นดินด้านล่างเลย (มองเห็นได้จากตัวเมือง)

ลานพระราชวัง 5th Courtyard 

ตรงลานพระราชวังติดกับสะพานเป็นจุดถ่ายรูปมุมมหาชนค่ะ ทุกคนที่มาปราสาทนี้ต้องมาเดินถ่ายรูปจากกำแพงกันทั้งนั้น ตรงนี้เค้าทำเป็นระเบียงทางเดินที่มีหน้าต่างน้อยๆ เจาะเอาไว้ เป็นจุดชมวิวที่น่ารักมากๆ เห็นเมืองด้านล่างได้ชัดเจนเขียวค่ะ ดูแล้วเหมือนเมืองตุ๊กตาจริงๆ

สวน Castle Garden

สวนในปราสาทครุมลอฟอยู่ติดกับลาน 5th Courtyard เลย เดินผ่านประตูมาก็เข้าเขตสวนของปราสาทแล้ว จากตรงนี้จะเห็นปราสาททอดยาวจากหอคอยมาจนถึงส่วนท้ายของพระราชวังที่เรียกกันว่า Renaissance House ใช้เป็นส่วนควมคุมด้านเทคนิคต่างๆ ที่โรงละครบารอคของปราสาทค่ะ ในส่วนของสวน มีจุดชมวิวเมืองสวยๆ หลายแห่งเลยค่ะ ข้างในใหญ่มากๆ ถ้ามาตอนที่ใบไม้ผลัดใบไปหมดแล้ว ข้างในจะไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ถ้าอยากเห็นตอนกำลังงามต้องมาตอนฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนค่ะ

โบสถ์ Church of St. Još

ยอดหอคอยสีเขียวๆ ที่อยู่ตรงทางขึ้นลงของปราสาทครุมลอฟคือ โบสถ์เก่าของ Church of St. Jošt โบสถ์นี้สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 14  เคยเป็นส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลมาก่อน ต่อมามีการบูรณะโบสถ์ขึ้น ปรับเปลี่ยนตรงหอคอยให้เป็นแบบเยอรมันเพราะว่ามีผู้คนจากเยอรมันเข้ามาอยู่ในเมืองเพิ่มขึ้น พอถึงปลายศตวรรษที่ 18 ก็มีการประมูลขายโบสถ์ให้กับเอกชนแล้วก็เปลี่ยนมือต่อๆ กันไป เคยเป็นทั้งบ่อนคาสิโน บาร์ ห้องเต้นรำ ร้านค้า สุดท้ายในปัจจุบันนี้ก็ได้กลายมาเป็นที่พักแทน

Town Square Namesti Svornosti

จตุรัสหลักของเมืองเชสกี้ คลุมลอฟประกอบไปด้วยอาคารสีลูกกวาดค่ะ! มองไปทั้งสี่ด้านคือเหมือนนัดกันทาสีโทนหวานๆ มาอวดความงามกันเลย ด้านหน้าอาคารก็ทำหลังคาหน้าจั่วเป็นรูปต่างๆ เปิดเป็นร้านค้า ร้านคาเฟ่ เดินเล่นเหนื่อยๆ ก็มานั่งดื่มชา กาแฟ โกโก้ กับขนมท้องถิ่นเบาๆ กันได้

ส่วนน้ำพุตรงกลางมีชื่อว่า Marian Column มีพระแม่มาเรียอยู่ด้านบนและบักบุญอีก 6 องค์ที่เชื่อกันว่าช่วยคุ้มครองผู้คนในเมืองจากกาฬโรคที่ระบาดหนักในศตวรรษที่ 17 ค่ะ แต่ตอนนี้ไม่มีน้ำเปิดแล้วกลายเป็นอนุสาวรีย์แทนน้ำพุไป

ศาลาว่าการเมือง Town Hall

อีกด้านของจตุรัส Town Square เป็นที่ตั้งของ Town Hall หรือที่ว่าการรัฐแห่งเมืองเชสกี้ ครุมลอฟอาคารหลังสีขาวๆ ที่มีทางเดินเป็นซุ้มโค้งแห่งนี้เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ใช้เป็นที่ทำการของผู้ปกครองเมือง   ปัจจุบันนี้ Town Hall ไม่ได้เปิดให้เข้าชมภายในหรอกนะคะ แต่ว่าเค้าเปิดให้ชมตรงพิพิธภัณฑ์การทรมานคน Museum of the Right to Torture แทน (ขัดกับหน้าตาน่ารักๆ ของอาคารมาก) ส่วนอาคารข้างๆ เป็นศูนย์ให้ข้อมูลนักท่องเที่ยวค่ะ

โบสถ์ St. Vitus Church

อาคารที่โดดเด่นอีกแห่งในเมืองเชสกี้ ครุมลอฟ ก็คือโบสถ์ St. Vitus Church ที่มีปลายหอคอยเป็นยอดแหลมที่สามารถเห็นได้จากทั่วทุกมุมของเมืองนี้เลย ที่นี่เป็นโบสถ์เปิดให้เข้าชมได้ฟรีค่ะ ข้างในตกแต่งสวยงาม มีบริเวณรอบโบสถ์ที่มีวิวงดงามมากเสียด้วย

อาคารร้านค้าสีพาสเทล

สิ่งหนึ่งที่ชอบมากในเมืองเชสกี้ ครุมลอฟแห่งนี้ก็คืออาคารบ้านเรือนค่ะ แค่บ้านคนธรรมดาๆ ร้านขายของธรรมดาๆ ร้านอาหารธรรมดาๆ แต่ว่าพอทาสีโทนหวานๆ เข้าไปนี่มองยังไงก็น่ารักนะคะเมืองนี้บอกเลยว่าให้โยนแผนที่ทิ้งไป แล้วเดินเล่นไปเรื่อยๆ บ้านหลังไหนน่ารักก็โฉบเข้าไปถ่ายรูป ไปดูสีกำแพงบ้านให้หัวใจมันรู้สึกถึงความโรแมนติกจะดีที่สุดค่ะ

เที่ยวได้ทุกฤดูกาล ถ้าอยากชมสวนในปราสาทควรมาฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง

เมืองเชสกี้ ครุมลอฟ ประเทศสาธารณรัฐเช็ค

ข้อควรรู้ก่อนไป Cesky Krumlov

จากสถานีรถบัสด้านหลังเมือง จะมีทางลัดเดินลงมาที่ถนน ถ้าไม่มีกระเป๋าสัมภาระมาด้วยก็เดินลัดลงมาได้ง่าย แต่ถ้ามีกระเป๋าควรเดินอ้อมมาตามถนนใหญ่จะปลอดภัยกว่า

ถนนในตัวเมืองเป็นก้อนหินทั้งหมด ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ลำบากมากค่ะ ถ้าเป็นไปได้ก็มาเที่ยวแบบวันเดียวกลับจะดีกว่า

แต่ถ้าต้องการนอนที่เมืองนี้ ควรเลือกที่พักที่เดินทางไปง่ายและพิมพ์แผนที่มาให้เรียบร้อย (ควรสอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการเดินทางมาเลยว่าลงรถบัสที่ไหนแล้วเดินทางยังไง)

ที่ศูนย์ Tourist Information มีบริการรับฝากกระเป๋าด้วยนะคะ แต่ว่าต้องลากไปจนถึงกลางเมืองตรง Town Square เลย

เมืองนี้ถ้าจะเดินเที่ยวให้สนุก ต้องพับแผนที่เก็บใส่กระเป๋าค่ะ เดินไปตามใจอยาก ดูโน่นดูนี่ตามทางจะเป็นวิธีเที่ยวที่ฟินที่สุดเลย